กำลังโหลด...
กำลังโหลด...
วัดพระแก้ว
วัดพระแก้ว ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตำบลแพรกศรีราชา เป็นวัดที่มีโบราณสถานสำคัญวัดหนึ่ง ภายในวัดมีองค์เจดีย์สี่เหลี่ยมแบบละโว้ทรงสูงผสมกับเจดีย์ทวาราวดีตอนปลาย ฐานเรือนธาตุแบบลอดท้องไม้ เป็นศิลปะสมัยสุโขทัยผสมกับสมัยศรีวิชัย ซึ่ง น. ณ ปากน้ำ นักโบราณคดีให้คำนิยามว่า เป็นเจดีย์ที่สมบูรณ์และงดงามที่สุดในประเทศไทย เป็นราชินีแห่งเจดีย์ทั้งมวลในเอเชียอาคเนย์ บริเวณด้านหน้าเจดีย์มีวิหารหลวงพ่อฉาย ด้านหลังองค์หลวงพ่อฉายมีทับหลัง แกะสลักติดอยู่ เป็นภาพจำหลักบนศิลาทราย รูปพระอิศวรทรงช้างเอราวัณอยู่ในซุ้มเรือนแก้ว เป็นศิลปะขอมมีอายุกว่าพันปี สันนิษฐานว่าเมื่อขอมเสื่อมอำนาจลงได้มีผู้นำโบราณวัตถุชิ้นนี้มาจากอาณาจักรขอม และนำแท่งศิลาทรายที่มีภาพจำหลักพระอิศวรทรงช้างเอราวัณมาแกะเป็นพระพุทธรูป แต่ได้หงายเศียรช้างเอางวงขึ้นด้านบนเพื่อจะบอกเป็นปริศนาธรรมว่า ผู้ที่ต้องการความสำเร็จสูงสุดเช่นพระพุทธองค์ จะต้องรู้จักปฏิบัติตนทวนกระแสแห่งโลภะ โทสะ โมหะ ถึงจะพบความสุขในชีวิต หนึ่งในสถานที่สำคัญของจังหวัดชัยนาท และควรค่าแก่การแวะเวียนมาเยี่ยมชมสักครั้งให้เป็นขวัญตาซึ่งกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแห่งชาติเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2478 ถือเป็นวัดเก่าแก่แห่งประวัติศาสตร์ที่ปลูกสร้างตั้งแต่ปี พ. ศ. 1900 เดิมทีผู้คนรู้จักในชื่อวัดป่าแก้ว ใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของคณะสงฆ์ฝ่ายอรัญวาสีหรือวิปัสสนาธุระ ต่อมามีคนพบพระพุทธรูปองค์เล็กเท่าปลายนิ้วจากในเจดีย์ ซึ่งสร้างจากแก้วหลายสีส่องประกายระยิบระยับสวยงามยามต้องแสงไฟ หลังจากนั้นผู้คนจึงเรียกกันติดปากว่าวัดพระแก้วนับจากนั้น ความโดดเด่นของวัดนอกจากจะตั้งอยู่กลางทุ่งนาแล้ว ยังมีพระเจดีย์ทรงเหลี่ยมตั้งตระหง่านเป็นไฮไลท์ ลักษณะคล้ายเจดีย์สมัยสุโขทัย สันนิษฐานว่าได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะสมัยสุโขทัยกับศรีวิชัยผสมผสานกันจนกลายเป็นเอกลักษณ์และหาชมได้เฉพาะที่นี่ เจดีย์มีพระพุทธรูปประดับทั้ง 4 ด้าน บนฐานชั้นที่ 3 ในซุ้มตรงกลางเป็นพระพุทธรูปปั้น ปางถวายเนตรประทับยืนขนาบทั้งสองข้างด้วยพระพุทธรูปปูนปั้นปางประทานอภัย ลักษณะพระพุทธรูปสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นศิลปะอยุธยาตอนต้นเนื่องจากมีเค้าโครงศิลปะสุโขทัยผสม ที่เห็นได้ชัดคือพระรัศมีเป็นเปลวเพลิงถัดแท่งสี่เหลี่ยมทรงสูงขึ้นไปเป็นแท่งแปดเหลี่ยม มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปางถวายพระเนตรประทับยืนทั้งสี่ทิศ ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้เหมาะสำหรับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์อันล้ำค่าของเมืองไทย น่าชม เจดีย์แบบละโว้ทรงสูง ผสมกับเจดีย์ทวารวดีตอนปลาย สร้างแบบสอปูน เป็นเจดีย์ฐานสี่เหลี่ยม ตั้งอยู่บนฐานไพที ฐานเขียงและฐานเรือนธาตุแบบลอดท้องไม้ มีพระพุทธรูปปั้นแบบนูนสูงประดับทั้งสี่ด้าน สันนิษฐานว่าสร้างราวพุทธศตวรรษที่ 18-19 อายุราว 600-700 ปี ลักษณะการก่อสร้างแฝงคติธรรมไว้ตั้งแต่ฐานสี่เหลี่ยม หมายถึงพระพุทธศาสนาโดยมีอริยสัจสี่เป็นฐาน เป้าหมายสูงสุดคือพระนิพาน ซึ่งแทนด้วยยอดเจดีย์ ฐานสูงแปดเหลี่ยมหมายถึงอริยมรรคมีองค์แปด ปล้องไฉน 12 ปล้องหมายถึงปฏิจจสมุทปบาท สิ่งที่อาศัยกันเกิดเหมือนลูกโซ่ ความสูง 37 เมตร คือโพธิปักขิยธรรม ธรรมเป็นเครื่องตรัสรู้ 37 ประการ อันประกอบด้วย สติปัฏฐาน 4 สัมมัปธาน 4 อิทธิบาท 4 อินทรีย์ 85 พละ 5 โพชฌงค์ 7 และอริยมรรคมีองค์ 8 พระสถูป เดิมทีเจดีย์แห่งนี้มีเจดีย์บริวารรายล้อมอยู่หลายสิบองค์ หลวงพ่อฉาย เป็นพระพุทธรูปศิลาแลงสีแดง ตั้งอยู่ในวิหารด้านหน้าพระเจดีย์สี่เหลี่ยม สันนิษฐานว่ามีอายุประมาณ 800 ปี ด้านหลังหลวงพ่อฉายมี "ทับหลัง" ซึ่งแกะสลักติดกับองค์ ตั้งอยู่ชิดกำแพงวิหารมาก เป็นรูปช้างนอนหงายอยู่บนแท่น ส่วนบนสุดเป็นรูปพระอินทร์หรือพระศิวะกำลังหลั่งน้ำมนต์มีทางน้ำมนต์ไหลถึงตัวช้างที่นอนหงายบนแท่น หลวงพ่อพลอย เป็นพระพุทธรูปปูนปั้น หน้าตักกว้าง 2 เมตร เดิมอยู่วัดทัพย่าน ตำบลเที่ยงแท้ อำเภอสรรคบุรี ซึ่งเป็นวัดร้างและประชาชนชาวบางน้ำพระร่วมใจกันอัญเชิญใส่เกวียนมา แล้วใช้แพข้ามแม่น้ำน้อยมาประดิษฐานที่วัดพระแก้ว จึงเรียกกันว่า "หลวงพ่อลอย" สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0 5642 4435
📍 ที่อยู่: หมู่ 10






